2006/Jan/04

บทนำ Part 2

แสงแดดอ่อนๆสาดส่องเข้ามาภายในห้องที่กว้างใหญ่ บนเตียงนอนสี่เสาตรงกลางห้องนั้นมีร่างๆหนึ่งนอนหลับใหลอยู่ เสียงนกร้องยามเช้าปลุกให้ร่างนั้นค่อยๆขยับตัวตื่นจากการหลับใหล

อืม เช้าแล้วหรือนี่ วันนี้แล้วสินะที่เราจะได้เห็นดินแดนแห่งนี้เป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่จะต้องจากไปตลอดกาล หญิงสาวนางนั้นเอ่ยขึ้นหลังจากที่นางตื่นได้เต็มตา

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

เซเรีย เจ้าตื่นหรือยังรีบไปทานข้าวเถอะแล้วเราจะได้เตรียมตัวกัน ว่าแต่ว่าเจ้าบอกกับเขาแล้วใช่ไหมว่าเราจะเริ่มแผนการกันวันนี้ ชีริลที่เดินเข้ามาเอ่ยบอกก่อนจะไปนั่งลงที่ข้างเตียง

จ้ะ ข้าบอกแล้ว พวกท่านพ่อพร้อมกันแล้วหรือ

พร้อมกันได้พักนึงแล้วล่ะ รอเจ้าไปทานข้าวเช้าพร้อมกันแล้วก็ค่อยออกเดินทางน่ะ ข้าไปรอเจ้าที่ห้องอาหารก่อนแล้วกันนะ รีบเข้าล่ะพวกท่านคงจะไม่อยากรอเจ้านานนัก เอ่ยจบนางก็เดินจากไป

อืม แล้วข้าจะรีบตามไป

----------------------------------

อ้าว แล้วท่านพ่อล่ะคะท่านอา เซเรียที่เพิ่งเดินเข้ามาภายในห้องอาหารถามด้วยความแปลกใจที่ไม่เห็นบิดาของตนนั่งอยู่ที่โต๊ะอาหารด้วย

มาแล้วหรอ เซเรีย นั่งสิ พอดีเกิดเรื่องอะไรขึ้นนิดหน่อยน่ะพ่อของหลานเลยต้องรีบไปสะสางก่อนแล้วเดี๋ยวอาก็ต้องรีบตามไปสมทบเหมือนกัน แล้วเห็นชีริลว่าทั้งสองคนจะไปขี่ม้าเล่นกันงั้นเหรอ ชายที่ได้ชื่อว่าท่านอา หรืออีกนัยหนึ่งคือ บิดาของชีริลนั้นกล่าวออกมา

อ้อ ค่ะ ก็ว่าจะไปเที่ยวเล่นคลายเครียดสักหน่อยน่ะค่ะ วันนี้ก็อากาศดีเสียด้วย เซเรียกล่าวพร้อมกับยิ้มออกมา

งั้นเหรอ ยังไงเสียวันนี้ก็รีบไปรีบกลับแล้วกันนะ สถานการณ์ตอนนี้ก็ไม่ค่อยจะสู้ดีเท่าไหร่นักหรอกต้องระมัดระวังตัวกันหน่อยล่ะทั้งสองคน อย่ามัวแต่เที่ยวกันจนเพลินนะ อาไปก่อนนะเดี๋ยวพ่อหลานจะรอนาน ดูแลตัวเองดีๆล่ะลูกชีริลอย่าเซี้ยวให้มันมากไปนักรู้มั้ย พอกล่าวจบยิ้มออกมากด้วยความเอ็นดูลูกสาวที่ทำหน้ายู่ กระเง้ากระง้อดบ่นพึมพำไม่ได้ศัพท์ กับคำพูดของบิดาตน จากนั้นก็เดินจากไปอย่างเร่งรีบ

แหม ชีริลก็ท่านอาท่านก็ไม่ได้คิดอย่างนั้นจริงๆหรอก ท่านก็พูดไปอย่างนั้นแหละ

เชอะ น้อยไปสิเห็นพูดอย่างนี้ทุกทีแหละ ก็ใครกันหล่ะที่เลี้ยงมาอย่างนี้ ชิชะ หาว่าเราเซี้ยว ไม่ใช่สักหน่อยนึง

เฮ้อ.... แต่อย่างน้อยก็ดีนะข้าจะได้ไม่ต้องเจอหน้าท่านพ่อก่อนไปให้รู้สึกผิดไปมากกว่านี้ เซเรียเอ่ยออกมาหลังจากที่เห็นชีริลยังบ่นพึมพำไม่เลิก

เมื่อได้ยินดังนั้นชีริลจึงหันกลับมาเอ่ยถามเซเรียด้วยเสียงเป็นห่วงยิ่ง เจ้าแน่ใจจริงๆเหรอเรื่องที่ไม่อยากพบท่านลุงก่อนเป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่จะต้องจากไปตลอดกาลจริงๆน่ะ ข้าไม่รู้สึกอย่างนั้นหรอกนะ เจ้ากำลังหลอกตัวเองอยู่น่ะสิว่าเจ้าไม่อยากจะเจอ ข้าว่าเจ้าก็ผิดหวังอยู่ไม่น้อยหรอกที่ไม่ได้เจอหน้าท่านลุงน่ะ

ก็อาจจะจริงของเจ้าก็ได้ชีริล ข้าคงจะผิดหวังนิดหน่อย แต่ข้าก็ไม่ได้โกหกหรอกนะที่บอกว่าไม่อยากเจอเพราะรู้สึกผิดน่ะ ข้ารู้สึกเช่นนั้นจริงๆ

เอาล่ะ งั้นเราก็รีบออกเดินทางกันเถอะอย่าเสียเวลาไปมากกว่านี้เลย เดี๋ยวเกิดพวกท่านพ่อรู้ขึ้นมาจะยุ่งกันหมดพอดี เอ่ยจบหญิงสาวก็เดินนำไปทันทีโดยไม่รอเพื่อนของตน

ขณะที่ทั้งสองกำลังมุ่งหน้าไปทางคอกม้านั้น จู่ๆก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นทางด้านหลัง

พวกท่านทั้งสองจะรีบไปไหนกันหรือเจ้าคะ หญิงชราผู้หนึ่งเอ่ยขึ้นมาหลังจากนายทั้งสองคนเร่งรีบเหมือนจะเดินทางไปไหน

พวกข้าจะไปขี่ม้าเที่ยวเล่นหน่อยน่ะจ้ะนมจ๋า ไม่มีอะไรหรอกข้าบอกกับท่านพ่อแล้ว งั้นพวกเราไปก่อนนะ ชีริลรีบพูดตัดบทแล้วเดินออกไปอย่างรวดเร็ว

เฮ้อ ..... จะรีบไปไหนของเค้ากันนักนะแค่จะไปขี่ม้าเล่นถึงกับต้องรีบร้อนขนาดนั้นเชียวหรือหญิงชราเปรยออกมาอย่างประหลาดใจกับการกระทำของคุณหนูของตน

ทางด้านหญิงสาวทั้งสองนั้นหลังจากมาถึงคอกม้าก็รีบจัดการนำออกมาแล้วขึ้นควบไปอย่างรวดเร็วจนบ่าวไพร่ทั้งหลายในบริเวณนั้นล้วนแต่แปลกใจกันเป็นทิวแถว

เอคิน เสียงเซเรียเรียกเหยี่ยวสีน้ำตาลทองสัตว์เลี้ยงตัวโปรดของทั้งคู่ที่ยังไม่ค่อยโตดีนักให้ตามหลังไปอย่างรวดเร็ว

ภาพวิวทิวทัศน์สองข้างทางผ่านทั้งคู่ไปอย่างรวดเร็วทั้งสองไม่ได้สนทนากันเลยระหว่างที่ขี่ม้ามุ่งหน้าลงใต้ไปเรื่อยๆ ไม่รู้ว่าเวลาได้ผ่านไปเท่าใดในที่สุดทั้งสองก็หยุดพัก ณ ลำธารเล็กๆสายหนึ่งเพื่อให้ทั้งม้าแล้วตนเองได้หยุดพักไปในตัว

อีกไม่ไกลเท่าไหร่ก็จะถึงสถานที่ที่เจ้านัดกับเขาไว้แล้วใช่มั๊ยเซเรีย ชีริลเอ่ยถามขึ้นหลังจากดื่มน้ำและพักกันจนเป็นที่พอใจแล้ว

อืม ขี่ม้าต่อไปอีกซักประมาณ 3-4 ชั่วโมงก็คงจะถึงแล้วล่ะ

ดีล่ะ งั้นข้าก็คงจะส่งเจ้าได้เพียงเท่านี้แหละนะเซเรีย ข้าคงไปไกลกว่านี้ไม่ได้หรอก ไม่เช่นนั้นข้าก็คงจะกลับไปไม่ทันก่อนค่ำ และพวกบ่าวไพร่อาจจะสงสัยแล้วส่งข่าวไปให้พวกท่านพ่อรู้ก็ได้ ถ้าข้ากลับไปคนเดียวก็ยังพอจะอ้างได้ว่าเราแยกทางกันกลับ ข้าถึงได้กลับไปคนเดียวไม่น่าสงสัยเท่าไหร่

จะเอาเช่นนั้นจริงๆเหรอข้ายังอยากให้เจ้าไปกับข้าต่ออีกจัง แต่ที่เจ้าพูดมาก็มีเหตุผล ไม่เช่นนั้นที่พวกเราอุตสาห์ทำไปก็คงจะเสียเปล่าเป็นแน่ เซเรียเริ่มเอ่ยอย่างเห็นด้วยแม้อีกใจหนึ่งจะยังอยากให้ชีริลไปด้วยกันต่อก็ตาม แต่ก็จนด้วยเหตุผลที่จะมาอ้างได้

อืม ข้าขอเตือนเจ้าเอาไว้หน่อยนะเซเรียไม่ว่าอย่างไรก็ตามอย่างเชียดกายเข้าใกล้เมืองเป็นอันขาดไม่เช่นนั้นมีปัญหาแน่ ให้อยู่ในบริเวณป่านี้แหละ แล้วสุดท้ายจำไว้นะว่าอย่าลังเลใจเป็นอันขาดไม่เช่นนั้นจะเป็นเช่นไรเจ้าก็คงจะรู้ดี ตัดสินใจให้แน่วแน่แล้วก้าวเท้าออกไปเลย เพราะหากเจ้าลังเลใจแม้แต่น้อยเจ้าก็จะไม่สามารถออกไปได้เข้าใจใช่มั๊ย รักษาตัวให้ดีล่ะ ข้าจะให้เอคินไปกับเจ้าต่อ มันจะกลับมาหาข้าเองเมื่อเจ้าไปแล้วอย่างปลอดภัย ข้าให้พรทั้งปวงจงอยู่กับเจ้าเพื่อนข้ากล่าวเจ้าชีริลก็เร่งควบม้ากลับไปในทิศทางเดิมที่ตนมา

ขอให้เจ้าโชคดีเช่นกัน เพื่อนรักของข้า รักษาตัวด้วย เซเรียเอ่ยตามหลังไปหวังจะให้เพื่อนของตนเองได้ยินเช่นกัน

++++++++++++++++++++++++++++++

ไม่นานหลังจากนั้นเซเรียก็เดินทางมาถึงที่นัดหมายและพบชายคนรักของตนรออยู่ก่อนแล้วทั้งสองจึงค่อยๆเดินต่อไปจนถึงสุดเขตแดน

พร้อมมั๊ยเซเรีย เราจะไปด้วยกันนะเราจะมีความสุขด้วยกันตลอดไป ชายหนุ่มผู้นั้นเอ่ยอย่างหนักแน่นเป็นเสมือนการให้คำมั่นพร้อมกันนั้นก็กระชับมือที่เกาะกุมมือบางนั้นไว้ให้แน่นยิ่งขึ้นเหมือนเป็นการตอกย้ำความมั่นใจ

อืมข้าพร้อมแล้วล่ะ เราไปกันเถอะ เอคินขอบใจเจ้ามากนะรีบกลับไปหาชีริลเถอะบอกนางว่าข้าไม่เป็นไรไม่ต้องเป็นห่วง ขอบคุณและก็ ลาก่อน...... เซเรียเอ่ยออกมาแล้วก้าวเดินออกไปพร้อมกับเอคินที่รับรู้คำสั่งของนายและบินจากไปจนไกลลับตา

แต่แล้วทำไมนางกลับไม่สามารถก้าวออกไปได้ทั้งๆที่คนรักของนางก้าวออกไปได้ครึ่งตัวแล้ว

เกิดอะไรขึ้นน่ะ ชายหนุ่มถามอย่างร้อนรนที่เห็นหญิงสาวที่ตนรักไม่สามารถก้าวผ่านเขตแดนไปได้

อย่าลังเลใจเป็นอันขาดเซเรีย จำไว้ อย่าลังเลใจทันใดนั้นเสียงของชีริลก็ดังเข้ามาในสติของนาง

อ้า ... นี่ข้าเกิดลังเลใจงั้นหรือนี่ ไม่ข้าจะไม่ลังเลใจอีกแล้ว ข้าจะก้าวเดินต่อไปอย่างมั่นคง ก้าวต่อไปข้างหน้าสู่อนาคตที่ข้าได้เลือกเอาไว้แล้ว จากนั้นนางก็ลองก้าวเดินต่อไปข้างหน้าด้วยความมั่นใจยิ่ง

นางก้าวไป ก้าวต่อไป และก้าวจากบ้านเกิดเมืองนอนของนางไปตลอดกาล

++++++++++++++++++++++++++++

กี๊ซซซซซซซซซซ

เสียง เสียงหนึ่งแหวกท้องฟ้ามาแต่ไกลเป็นการบอกให้รู้ว่า เอคินได้กลับมาแล้ว

หลังจากที่แยกทางกันไปชีริลก็กลับมาทันอาหารมื้อค่ำอย่างฉิวเชียด เป็นผลให้นางโดนแม่นมบ่นตั้งแต่เย็นยันค่ำจึงจะเลิกได้ แต่จิตใจของนางก็ไม่ได้ฟังที่แม่นมพูดเลยแม้แต่นิดเดียว ภายในใจคอยแต่จะกังวลเรื่องของเพื่อนรักตลอดเวลา ได้แต่รอคอยเวลาที่เอคินจะกลับมา เหมือนเป็นการยืนยันว่า เซเรียได้จากไปอย่างปลอดภัยแล้ว

เมื่อนางได้ยินเสียงเอคินแหวกอากาศมาแต่ไกลในตอนเช้าตรู่นั้น นางจึงยินดีเป็นอย่างมากที่ในที่สุดข่าวสารสุดท้ายของเพื่อนนางก็มาถึงเสียที แค่นี้นางก็เบาใจได้ว่าเซเรียได้จากไปอย่างปลอดภัยแล้ว

เจ้าคงจะเหนื่อยมากสินะเอคิน ไปเจ้าไปพักเถอะข้าให้คนเตรียมเหยื่อ เตรียมน้ำและที่นอนให้เจ้าได้พักผ่อนแล้วขอบใจเจ้ามากนะ เอคิน ชีริลกล่าวพร้อมกับเอามือลูบไปเบาๆบนหัวของเอคินเป็นการชม เจ้าเหยี่ยวก็เอาหัวมาไซร้คอของชีริลเหมือนจะเป็นการตอบรับแล้วก็บินจากไปยังที่ที่มันจะได้พักผ่อนเสียทีหลังจากการเดินทางอันยาวนานนี้ผ่านพ้นไป

หวังว่าเจ้าคงจะโชคดีมีความสุขกับอนาคตที่เจ้าได้เลือกเองนี้นะ เซเรีย เพื่อนรักของข้า

กรี๊ดดดดดดดดดด ในที่สุดก็จบบทนำจนได้ โฮฮฮฮ....... ดีใจเป็นล้นพ้น TOT ยินดี ยินดี

2005/Dec/06

บทนำ Part 1

สายลมของฤดูใบไม้ผลิพัดมา ทำให้ใบไม้สีเขียวชอุ่มโบกไหวไปมาตามสองข้างทางของลำธารเล็กๆใสสะอาด ปลาน้อยใหญ่สีสันสดใสแหวกว่ายไปมาอย่างรื่นเริง บรรยากาศโดยรอบช่างสดใสหากแต่มีหญิงสาวนางหนึ่งที่นั่งอยู่บนโขดหินใหญ่ เท้าเปล่าเปลือยทั้งสองข้างแช่อยู่ในน้ำเย็นฉ่ำ หวังจะให้ช่วยให้สบายใจได้บ้างนั้น กลับมีบรรยากาศที่หมองมัวยิ่งนักเหมือนมีความทุกข์ที่ยังไม่สามารถแก้ไขได้ นางมองไปยังท้องฟ้ากว้างพลางขบคิดปัญหาของความทุกข์นั้นอยู่ว่าจะต้องแก้ไขเช่นไร

ไม่นานนักก็ปรากฏร่างๆหนึ่งเป็นหญิงสาวที่หน้าตาสะสวยงดงาม ผิวขาวผ่องผมยาวสีดำสนิทนั้นพลิ้วไหวไปตามสายลม ค่อยๆเดินมาอย่างช้าๆ ดวงสีเขียวสดใสเรียวสวยได้รูปกำลังมองไปยังหญิงสาวผู้ที่นั่งอยู่บนโขดหินด้วยความห่วงใยยิ่งนัก

ข้านึกแล้วเชียวว่าเจ้าต้องมาอยู่ที่นี่เวลาที่เจ้ามีเรื่องอะไรไม่สบายใจทุกที คราวนี้เรื่องอะไรอีกล่ะ เซเรีย

อืม.....ใช่แล้วล่ะก็ที่นี่ทำให้ข้ารู้สึกสบายใจและสงบขึ้น เผื่อว่าจะนึกอะไรดีๆออกไงล่ะ แล้วคราวนี้ก็ไม่ใช่อะไรที่จะจบได้ง่ายๆเสียด้วยสิ ชีริล

หญิงสาวที่ชื่อ เซเรียตอบด้วยน้ำเสียงเศร้าๆ ผมยาวสลวยสีน้ำตาลอ่อนเป็นลอนเล็กน้อยปลิวไสวไปตามแรงลม ดวงหน้าใสงดงามติดจะน่ารักเสียมากกว่า ดวงตากลมโตสีม่วงเข้มที่ดูลึกลับน่าค้นหาจากที่เคยมีประกายสดใสกลับกลายเป็นเศร้าหมอง ปากเล็กๆน่ารักเคยมีแต่รอยยิ้มและเสียงหัวเราะอยู่เสมอกลับเรียบเฉย ทำให้ชีริล อดที่จะใจหายไม่ได้ เพราะนางไม่เคยเห็นเซเรียที่น่ารักคนนั้นเป็นเช่นนี้มาก่อน เซเรียที่เป็นเพื่อนรักและเป็นเหมือนน้องสาวที่น่ารักของนางเป็นทุกข์ได้ขนาดนี้เพราะอะไรกันนะ นางได้แต่คิดหาคำตอบอยู่ในใจ และรอคอยให้เซเรียเป็นคนพูดออกมาเองเมื่อนางอยากจะพูดคงจะดีกว่า จากนั้นนางจึงเดินมานั่งหย่อนเท้าที่เปลือยเปล่าของนางลงในน้ำบนโขดหินข้างๆเพื่อนรักของตน

นี่ ชีริลข้าขอถามเจ้าหน่อยสิระหว่างความรักกับหน้าที่เจ้าจะเลือกอะไรเหรอ ในที่สุดเซเรียก็เอ่ยปากพูดขึ้นมาทำลายความเงียบ

อืม ข้าก็ไม่รู้เหมือนกันนะถ้าจะให้เลือกจริงๆก็คงจะเป็นหน้าที่ล่ะมั้ง เพราะอย่างไรเสียพวกเราก็ถูกเลี้ยงมาแบบนี้อยู่แล้วนี่ หน้าที่สำคัญที่สุดไม่ว่ายังไงก็ต้องมาก่อนเสมอ ถูกพูดอย่างนี้มาตั้งแต่เด็กแล้วมันฝังเข้าไปในหัวใจแล้วล่ะ แต่ก็ไม่แน่เหมือนกันนะ ข้ายังไม่เคยมีความรักเสียด้วยสิ ถ้าหากข้ามีความคิดก็อาจจะเปลี่ยนไปก็ได้ใครจะไปรู้ ชีริลตอบตามความคิด ก็นางไม่รู้จริงๆนี่ว่าถ้าหากมีความรักแล้วความคิดนางจะเปลี่ยนไปไหม แต่สำหรับตอนนี้นางมั่นใจว่าหน้าที่สำคัญที่สุดอย่างแน่นอน

งั้นเหรอ ก็คงต้องเป็นเช่นนั้นสินะ เซเรียได้แต่พึมพำออกมาเบาๆ

เมื่อกี้เจ้าพูดอะไรกับข้ารึเปล่า

ฮะ! อ๋อเปล่าหรอกข้าแค่พูดกับตัวเองน่ะ

เจ้าไม่มีอะไรจะเล่าให้ข้าฟังจริงๆน่ะเหรอ ถ้ามีอะไรในใจพูดออกมาจะไม่ดีกว่าเหรอ เผื่อข้าจะช่วยเจ้าได้ไงล่ะ สองหัวย่อมดีกว่าหัวเดียวนะ ชีริลพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนอย่างเป็นห่วง

งั้น เจ้าจำคนที่ข้าเพิ่งช่วยไว้ที่เขตแดนด้านใต้ได้รึเปล่าล่ะ

อือฮึ จำได้สิ แล้วมันเกี่ยวอะไรกันด้วยล่ะ เซเรีย ชีริลเอ่ยถามอย่างงงๆ

ก็...เราสองคนรักกันน่ะสิ แล้วตอนนี้เขาตัดสินใจจะกลับไปที่บ้านเกิดเขาน่ะ แล้วอยากจะให้ข้าไปด้วยกันกับเขา เซเรียเอ่ยออกมาเสียงแผ่วเบาพร้อมกับถอนให้ใจอย่างอึดอัด

ข้าก็เลยไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรดี ถ้าหากข้าจะไปท่านพ่อคงไม่ยอมและขัดขวางทุกวิถีทางแน่ๆเลย

เรื่องนั้นมันก็แน่อยู่แล้วล่ะ แต่ขอถามเจ้าหน่อยเถอะว่าใจเจ้าจะตัดสินใจอย่างไร ถ้าเจ้าให้คำตอบกับข้าได้ ข้าก็มีวิธีที่จะช่วยเหลือเจ้าอย่างแน่นอน

ข้า.... ข้ารักเขา ชีริล ข้าอยากจะอยู่กับเขา

สรุปว่าเจ้าเลือกที่จะไปกับเขาสินะ

ข้าก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าอยากจะไปไหม เพราะที่นี่มีหน้าที่ที่ข้าจะต้องรับผิดชอบอยู่ ข้าก็ไม่อยากจะละทิ้งไปเหมือนกัน เซเรียเอ่ยอย่างลังเลใจ

ไม่เอาน่า เซเรียคนเดิมหายไปไหนเสียล่ะ เซเรียคนที่เข้มแข็ง เด็ดเดี่ยว กล้าตัดสินใจในสิ่งที่ตัวเองคิดว่าถูกต้องน่ะ หึ นี่ล่ะน่าที่เขาว่า ความรักทำให้คนเราเปลี่ยนไปไม่เป็นตัวของตัวเองอยู่เสมอ ทีแรกข้าก็ไม่ค่อยจะเชื่อหรอกนะ แต่นี่พอมาได้เห็นเองกับตาก็คงต้องยอมรับล่ะ ชีริลได้แต่ยืนทำหน้าปลงๆกับการเปลี่ยนไปของเพื่อนรัก

ข้าตัดสินใจได้แล้วว่า....ข้าจะไปกับเขา เซเรีย เอ่ยออกมาอย่างมุ่งมั่นหลังจากที่ครุ่นคิดอยู่พักหนึ่ง

ฮึ ฮึ ฮึ นี่สิถึงจะเป็นเซเรียคนที่เป็นเพื่อนรักของข้า แต่เจ้าแน่ใจแล้วนะว่าจะไปเพราะถ้าเจ้าไปแล้ว เจ้าก็รู้ดีว่าไม่มีวันที่จะกลับมาได้อีกตลอดไป ชีริลเอ่ยออกมาอย่างยินดีแฝงแววกังวล

แน่ใจสิ สิ่งใดที่ข้าได้ตัดสินใจไปแล้วเจ้าก็รู้ว่าข้าไม่มีวันเปลี่ยนใจ ไม่ว่ายังไงก็ตามเซเรียเอ่ยออกมาอย่างแน่วแน่

ว่าแต่ว่าเจ้าเถอะไหนบอกว่าถ้าข้าตัดสินใจแล้ว เจ้าจะบอกวิธีแก้ปัญหาให้กับข้าไงล่ะ

หึ หึ แน่นอนเข้ามาใกล้ๆข้าสิแล้วข้าจะบอกให้ฟัง

เซเรียขยับเข้ามาใกล้ๆ จากนั้นชีริลก็เริ่มกระซิบแผนการที่คิดเอาไว้ให้ฟัง เวลาผ่านไปจากท้องฟ้าใสๆแดดอ่อนๆ ก็กลายเป็นแดดจ้าร้อนแรงบ่งบอกให้รู้ว่านี่เป็นเวลาเที่ยงวันแล้ว สองเพื่อนรักที่กำลังถกเถียงกันเรื่องแผนการอยู่ก็ได้ข้อสรุป

เจ้าแน่ใจเหรอชีริล ว่าจะไม่มีปัญหาน่ะ เซเรียยังคงมีสีหน้ากังวลอยู่แม้จะคิดในใจว่าแผนการนี้อาจจะได้ผลก็ได้

แน่ใจที่สุดเลยล่ะ เชื่อใจข้าเถอะน่า ไม่มีปัญหาหรอก มันต้องผ่านไปด้วยดีแน่นอน เอาล่ะ ข้าชักหิวๆแล้วสิ ตายแล้วนี่มันเที่ยงแล้วนี่ มิน่าล่ะท้องข้าร้องประท้วงใหญ่เลย ชีริลกล่าวติดตลกพร้อมทำท่าทางประกอบไปด้วยเป็นการยืนยันว่านางหิวจริงๆ

นั้นสินะ มันต้องสำเร็จสิ งั้นเราไปทานอาหารกลางวันกันเถอะ กล่าวจบเซเรียก็ลุกขึ้นยืนพร้อมดึงให้ชีริลลุกขึ้นมาด้วย

มันต้องสำเร็จสิ ใช่ มันต้องสำเร็จ

เซเรียครุ่นคิดอยู่ในใจ เหมือนจะเป็นการย้ำความมั่นใจให้กับตนเอง

To Be Con จ้า (ก็มันเพิ่งเสร็จแค่นี้ง่ะ -_-)


2005/Dec/01

ประเดิมหน้าแรก...ของหนูDeera

.

.

.

เป็นของข้าพเจ้าเรียบร้อยแล้ว!!

.

.

.

.

แง่ม...ทำไมมันดูสวยกว่าที่ทำให้ตัวเองอ่ะ

.

.

รีบๆมาใช้เข้าล่ะ

เรื่องก็ลงๆมาซะอยากอ่านอ่ะ

.

.

.

หน้าเดียวก็ได้ เขาจะได้บอกถูกว่าเป็นยังไงน๊า

.

.

.

วู้ๆ

post by นารา(-ShiNe-)